แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ..สึนามิ 2547 ที่ไทยไม่เคยลืม.. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ..สึนามิ 2547 ที่ไทยไม่เคยลืม.. แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2552

ภัยพิบัติชายฝั่งทะเลอันดามัน

คณะรัฐมนตรีสรุปยอดตายสึนามิ 5,395 ศพ
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจักรภพ เพ็ญแข โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม.ได้มอบหมายให้กรมขนส่งทางน้ำไปพิจารณาว่าเพราะเหตุใดจึงปล่อยให้เรือรุ่งโรจน์ บรรทุกผู้โดยสารจำนวนมาก จนเกิดเหตุเรือโดยสารล่มที่ จ.ภูเก็ต เป็นที่น่าสังเกตว่าเรือดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสารได้เพียง 22 คน แต่มีผู้โดยสารถึง 75 คน เนื่องจากวันเกิดเหตุมีมวยนัดพิเศษประจำสัปดาห์บนเกาะยาว ทำให้มีผู้โดยสารมากกว่าปกติ และเมื่อออกจากท่าเรือประมาณ 30 นาทีก็เกิดพายุ และเมื่อเกิดเหตุผู้โดยสารแย่งกันสวมเสื้อชูชีพ ทำให้เรือโคลงเคลงและเกิดเหตุขึ้น
นายจักรภพกล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ยังมีการสรุปยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิจนถึงวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมามีจำนวน 5,395 ศพ และมีศพที่ญาติยืนยันได้แล้ว 1,870 ศพ เป็นคนไทย 1,471 ศพ คนต่างประเทศ 399 ศพ ญาติรับศพไปแล้ว ซึ่งเป็นคนไทย 1,446 ศพ คนต่างชาติ 343 ศพ ศพที่ยังยืนยันไม่ได้ 2,863 ศพ และยังมีศพที่ระบุไม่ได้ว่าเป็นคนไทยหรือคนต่างประเทศ 1,593 ศพ นอกจากนั้นยังมีการเคลื่อนย้ายศพจากวัดบางม่วงและวัดลาดยาวไปยังสุสานไม้ขาวแล้ว 2,091 ศพ ส่วนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วเป็นเงิน 299 ล้านบาท และได้ให้เงินช่วยเหลือชาวประมงและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแล้ว 248 ล้านบาท รวมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนจากเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี นำเงินไปให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยแล้ว 4,238 ราย คิดเป็นเงิน 83 ล้านบาท

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบการประกาศกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่ได้ประสบธรณีพิบัติภัย โดยได้ประกาศให้จังหวัดระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง และสตูล ให้เป็นพื้นที่ที่มีมาตรการการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ เป็นเวลา 1 ปี รวมทั้งกำหนดมาตรการฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และระหว่างนี้จะห้ามการกระทำทุกอย่างที่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงถือว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่พิเศษ ในการฟื้นฟูพื้นที่จากภัยสึนามิ

วันเดียวกัน องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) จัดสัมมนาเรื่อง "การฟื้นฟูความช่วยเหลือผู้หญิงหลังภัยพิบัติสึนามิ" เนื่องในวันสตรีสากล โดยนางโจแอนนา เมอร์ลิน-โชลเทส ผู้ประสานงานและผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (ยูเอ็นดีพี) กล่าวว่า ความเสียหายจากภัยสึนามิจำนวนครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่เสียชีวิต สูญเสียสามีและมีลูกต้องกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวโดยลำพัง รวมทั้งผู้หญิงที่สูญเสียวิถีการดำเนินชีวิต อาชีพและที่อยู่อาศัย จำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้หญิงเป็นพิเศษ

"ยูเอ็นและยูเอ็นดีพีได้เข้าไปช่วยเหลือประเทศไทยหลายโครงการ จัดสรรงบ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ลงไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิ ครอบคลุมหลายด้านโดยเฉพาะด้านฟื้นฟูการดำเนินชีวิต สร้างอาชีพ ด้านการเกษตร สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงอนุรักษ์ และอีกหลายโครงการที่มุ่งให้มีส่วนร่วมของชุมชน และให้ความสำคัญกับกลุ่มของผู้หญิงเป็นหลักให้ได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ" นางโจแอนนากล่าว

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเคยระบุจะฟ้องประเทศไทยที่ปกปิดข้อมูลไม่แจ้งเหตุแผ่นดินไหวว่า เรื่องนี้ได้เตรียมตัวไว้นานและดูมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว รวมทั้งได้รายงานนายกฯ ไปหมดแล้วถึงท่าทีต่างๆ ตนไม่อยากให้สัมภาษณ์เพราะต้องดูคำฟ้องให้ชัด ถ้าเราบอกไปว่าเราเตรียมการอย่างไรแต่คำฟ้องที่เขายื่นมาไม่ชัดหรืออาจไปยื่นเพิ่มจะเสียรูปคดีได้ ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยกับหน่วยงานภายในกระทรวงแล้ว เช่น กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องและได้หารือกับที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศด้วย เราพยายามเปิดไปมากว่าอะไรเป็นอะไร เพียงแต่ขอให้รอดูผู้ที่จะฟ้องให้ชัดเจนก่อน

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ร่วมกับบริษัทซีเอ็ด ยูเคชั่น ชมรมผู้สื่อข่าวสิ่งแวดล้อม มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ มูลนิธิสดศรี สฤษดิ์วงค์ มูลนิธิโลกสีเขียว มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร มูลนิธิสานแสงอรุณ และมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งชาติ แถลงเปิดหนังสือคู่มือ "ระวัง..สึนามิ" ซึ่งเป็นหนังสือการ์ตูนมีเนื้อหาให้ความรู้เกี่ยวกับการเกิดคลื่นสึนามิ และการเตรียมตัวรับมือหากเกิดแผ่นดินไหว เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจถึงภัยธรรมชาติดังกล่าวอย่างแท้จริง

นายแก้วสรร อติโพธิ ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการร่วมกับกลุ่มสื่อสร้างไทยจัดทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา เพื่อมอบให้กับมูลนิธิทั้ง 6 แห่งและชมรมผู้สื่อข่าวสิ่งแวดล้อมไปพัฒนาเป็นโครงการพัฒนาความรู้ระบบเตือนภัยสึนามิให้แก่ชุมชนต่างๆ ในฝั่งทะเลอันดามัน โดยจะจัดจำหน่ายในราคาเล่มละ 60 บาท เพื่อนำรายได้ทั้งหมดไปจัดพิมพ์สื่อการเรียนการสอน "ระวัง…สึนามิ" มอบให้แก่เครือข่ายการศึกษาทั้งในและนอกโรงเรียนใน 6 จังหวัดภาคใต้ต่อไป โดยเนื้อหาในหนังสือจะให้ความรู้ผ่านการ์ตูนประกอบคำบรรยาย ให้เด็กและผู้ใหญ่อ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย และเชื่อถือในระบบเตือนภัยที่รัฐบาลและนานาประเทศกำลังเร่งมือพัฒนาขึ้นมาในอนาคต

"แม้วิบัติภัยจากคลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดียจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ความเสี่ยงภัยจากปรากฏการณ์ธรมชาติได้เข้ามาอยู่คู่กับชีวิตของเราอย่างปฏิเสธไม่ได้ ดังนั้นจะทำอย่างไรให้ประชาชนตามชายฝั่งจะไม่ต้องวิ่งหนีกันทุกครั้งที่ได้ข่าวแผ่นดินไหว แต่จะรู้ได้ชัดว่าจะเกิดสึนามิหรือไม่ ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จะให้คำตอบและเป็นหลักประกันของทุกชีวิตได้ ถือเป็นสื่อที่มีคุณค่าต่อการเรียนรู้และความสำเร็จของระบบเตือนภัยสึนามิ" นายแก้วสรรกล่าว

สึนามิไทย 2547


สึนามิ (การออกเสียงในภาษาญี่ปุ่นคือ /tsunami/ สึนะมิ[ต้องการแหล่งอ้างอิง] ซึ่งต่างกันเล็กน้อยกับการออกเสียงในภาษาอังกฤษว่า /suːnɑːmi (ː)/ ซูนามิ หรือ /tsuːnɑːmi (ː)/ (ทซู) นามิ[ต้องการแหล่งอ้างอิง] (ท ควบ ซ ในเสียงญี่ปุ่น) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ในลักษณะของระลอกคลื่น ที่เกิดขึ้นจากการที่น้ำในทะเลสาบหรือในท้องมหาสมุทรจำนวนมหาศาล เกิดการเคลื่อนย้ายถ่ายเทจากบริเวณหนึ่งสู่อีกบริเวณหนึ่งอย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากการเกิดแผ่นดินไหว แผ่นดินเคลื่อนตัว ภูเขาไฟระเบิด หรือจากวัตถุนอกโลก เช่น ดาวหาง หรืออุกกาบาต ตกสู่พื้นทะเลหรือมหาสมุทรบนผิวโลก คลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นนี้จะถาโถมเข้าสู่พื้นที่ชายฝั่งทะเลด้วยความรวดเร็วและรุนแรง สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินที่อยู่อาศัยที่พังพินาศไป พร้อม ๆ กับมนุษย์จำนวนมากมายที่อาจได้รับบาดเจ็บและล้มตายไปด้วยฤทธิ์ของมหาพิบัติภัยที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน[ต้องการแหล่งอ้างอิง]

คำว่า "สึนามิ" มาจากภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า "ท่าเรือ" (津 สึ) และ "คลื่น" (波/浪 นะมิ) [ต้องการแหล่งอ้างอิง] ศัพท์คำนี้บัญญัติขึ้นโดยชาวประมงญี่ปุ่น ผู้ซึ่งแล่นเรือกลับเข้าฝั่งมายังท่าเรือ และพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยรายล้อมอยู่รอบท่าเรือนั้นถูกทำลายพังพินาศไปจนหมดสิ้น โดยในระหว่างที่เขาลอยเรืออยู่กลางทะเลกว้างนั้นไม่ได้รู้สึกหรือสังเกตพบความผิดปกติของคลื่นดังกล่าวเลย ทั้งนี้เนื่องจากคลื่นสึนามิไม่ใช่ปรากฏการณ์ระดับผิวน้ำในเขตน้ำลึก เพราะคลื่นที่เกิดขึ้นจะมีขนาดของคลื่น (แอมพลิจูด) ขนาดเล็กมากเมื่ออยู่ในพื้นน้ำนอกชายฝั่ง ในขณะเดียวกันก็มีความยาวคลื่น ที่ยาวมาก (ปกติจะมีความยาวหลายร้อยกิโลเมตร) ทำให้คลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นไม่สามารถสังเกตเห็นได้ขณะที่ลอยเรืออยู่บนผิวน้ำกลางทะเลลึก เนื่องจากคลื่นที่เกิดขึ้นจะเห็นเป็นเพียงแค่เนินต่ำ ๆ ตะคุ่ม ๆ อยู่ใต้น้ำเท่านั้น[ต้องการแหล่งอ้างอิง]

คลื่นสึนามินี้ ในทางประวัติศาสตร์มีการอ้างอิงถึงว่าเป็น คลื่นใต้น้ำ (tidal waves) เนื่องจากเมื่อคลื่นดังกล่าวเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่ง จะยิ่งมีลักษณะเหมือนการไหลท่วมของกระแสน้ำขึ้นที่ถาโถมเข้าสู่ฝั่งอย่างรุนแรง มากกว่าที่จะมีลักษณะเหมือนกับเกลียวคลื่นที่เกิดจากการพัดกระหน่ำของสายลมจากกลางมหาสมุทรเข้าสู่ฝั่ง เนื่องจากโดยแท้จริงแล้วคลื่นสึนามิไม่ได้มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ใด ๆ เลยกับน้ำขึ้นน้ำลง จึงมีการมองว่า คำว่า "tidal waves" นั้น อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดถึงสาเหตุของการเกิดคลื่นดังกล่าวได้[ต้องการแหล่งอ้างอิง] นักสมุทรศาสตร์จึงไม่แนะนำให้เรียกคลื่นสึนามิว่า "tidal waves" แต่แนะนำให้เรียกเป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า "Seismic Sea Wave" ซึ่งมีความหมายตรงๆ ในภาษาไทยว่า คลื่นทะเลที่เกิดจากแรงสั่นสะเทือน[ต้องการแหล่งอ้างอิง] ทั้งนี้ ในเว็บไซต์และหนังสือบางเล่ม กล่าวถึงชื่อเรียกของคลื่นชนิดนี้ในภาษาอังกฤษผิด คือ "Harbor Wave" ซึ่งเป็นชื่อที่แปลอย่างตรงตัวจากภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่ได้ให้ความหมายใดๆ ในภาษาอังกฤษ[ต้องการแหล่งอ้างอิง]

ทั้งนี้ ในพจนานุกรม Oxford Learner's Dictionary ได้ให้ความหมายของคำว่า Tidal Wave ไว้ว่าเป็นคลื่นทะเลที่ส่วนใหญ่เกิดจากแผ่นดินไหวใต้สมุทร